[Talk] หนังสือที่เพิ่งได้ + หนังสือที่กำลังอ่าน + etc.
posted on 20 Nov 2011 03:11 by tan-bi in Talk หายไปนานอีกเช่นเคย แถมกลับมาคราวนี้ก็ยังคงไม่ได้พูดถึงนิยาย BL อีกอยู่ดี ในฐานะที่เริ่มเขียนบล็อกนี้ขึ้นมาด้วยความตั้งใจว่าจะพูดถึงนิยาย BL ก็แอบรู้สึกสะท้อนใจนิดๆ แต่ก็ยังไม่มากพอที่จะทำให้กลับไปพูดถึงมัน (แหะๆ) อย่างไรก็ดี เนื่องจากอาทิตย์ก่อนได้ปรากฏว่าหนังสือที่สั่งไปเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมา ถึงแล้วเป็นที่เรียบร้อย อันทำให้ตัดสินใจได้ว่าครั้งหน้ากลับไปใช้ SAL เหมือนเดิมดีกว่า Surface Mail นี่มันช่างช้าเหลือใจ...
ไม่ใช่สิ
อย่างไรก็ดี นั่นไม่ใช่ประเด็นหลักที่จะพูดถึง (แต่มันช้ามากจริงๆนะ) เพราะต่อให้บ่นไปก็ไม่มีใครอยากฟัง (ตั้งเดือนกว่าแน่ะ) มาเข้าเรื่องหนังสือกันดีกว่า (รอนานมั่กๆ)
อันที่จริงหากเทียบกับครั้งที่ผ่านๆมา ครั้งนี้ถือว่ามีหนังสือแนว BL (ที่เป็น BL จริงๆจังๆ) น้อยกว่าทุกที มีปนอย่างอื่นเข้ามาซะมาก เลยคัดมาพูดถึงแค่บางเล่มที่พอจะดูเข้าเค้ากับบล็อกนี้ และก็ไม่ใช่หนังสือใหม่อะไร หากใครอยากได้ข้อมูลอัพเดตก็คงจะไม่ช่วยเท่าไหร่ แต่อาจได้ข้อมูลโมเอะสำหรับบางเรื่องนะเออ >w<
- Komori Uta...Kieta by Gou Shiira
ไหนๆก็เป็นบล็อก (ที่เดิมตั้งใจว่าจะให้เป็น) นิยาย BL เลยเอานิยาย BL มาพูดถึงก่อนดีกว่า เรื่องนี้ชื่อ Komori Uta...Kieta (Lullaby...faded away) ค่ะ ผลงานของ อ.โก ชีระ ไม่แน่ใจว่าในไทยเคยมีการนำผลงานของ อ.คนนี้มาแปลบ้างรึเปล่า ส่วนตัวแล้วไม่ใช่แฟนและเคยอ่านงานของ อ.โก ชีระมาแบบนับเรื่องได้ ทั้งนี้เพราะสำหรับเรางานของ อ.ให้อิมเมจออกแนวใสๆปนบ้าๆบอๆพอสมควรในยุคหลังๆ และต้องสารภาพว่าหาก อ.มิสึคามิ ยูริ (ซึ่งแอบเป็นแฟนอยู่) ไม่ใช่คนวาดภาพประกอบให้ก็คงไม่คิดจะซื้อมาอ่าน อย่างไรก็ดี ใช่ว่าเนื้อเรื่องจะไม่น่าสนใจเอาซะเลยหรอกเนะ เพราะนี่เป็นผลงานยุคแรกๆ - ที่ถ้าหากจำไม่ผิด - เป็นนิยายเล่มที่ 2 ของ อ.โก ชีระด้วย ซึ่งเท่าที่อ่านจากรีวิว (ที่มีไม่มาก เพราะเป็นนิยายเก่ายุคก่อนอินเตอร์เน็ตและบล็อกเฟื่องฟู) ดูเหมือนว่านิยาย อ.โกยุคต้นนั้นเนื้อเรื่องค่อนข้างดราม่าทีเดียว เป็นอะไรที่พอมาดูสมัยนี้แล้วแทบจินตนาการไม่ออก แต่ในขณะเดียวกันก็อาจไม่น่าแปลกใจ (รึเปล่า?) เพราะหากดูจากปีพิมพ์ครั้งแรกของเรื่องนี้ที่บอกไว้ว่าพิมพ์เมื่อปี 1997 แล้ว มันก็ยังไม่ใช่ยุคที่ BL ครองเมืองอ่ะนะ (<-- แต่พูดแบบนี้อาจไม่ถูกเท่าไหร่ เพราะ BL เป็นผลของวิวัฒนาการของ genre ที่มีมาก่อนหน้านั้นด้วย ไม่ใช่ว่าเป็นของใหม่ที่เข้ามาแทนที่ของเดิม 100%)
และเนื่องจากเป็นนิยายที่ออกมาในช่วงเวลานั้น (หากนึกไม่ออกว่าเทรนด์ของวายยุคนั้นเป็นยังไง ก็ลองนึกถึงเรื่อง Bronze ดูเนะ เพราะ Bronze ไม่ใช่เรื่องที่โศกตรมเกินกว่า genre ของมัน เพียงแต่กว่ามันจะจบก็ลากยาวจนเทรนด์เปลี่ยนแล้วเท่านั้นเอง) เรื่องนี้ก็เลยมีเนื้อหาเป็นไปในทางเดียวกับเทรนด์ยุคนั้น ซึ่งโดยรวมแล้วจะ "หนัก" กว่าเทรนด์ยุคนี้ เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น ก็ขอเล่าเรื่องย่อ + เนื้อหาที่อ่านแบบผ่านๆหน่อยละกันเนอะ
เนื้อเรื่องมีอยู่ว่า โทโนะ ฮิบิกิ (อุเคะ - คิดว่านะ) เป็นนักเรียนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาเข้าโรงเรียนชินเมย์คังที่ ซาคาซากะ โอตะ (เซเมะ - คิดว่าอีกเหมือนกัน) เรียนอยู่ โอตะสะดุดตาฮิบิกิตั้งแต่แรกเห็น และความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็พัฒนาอย่างรวดเร็ว (มันเร็วจริงๆนะ) แต่แม้จะใจตรงกัน ก็ใช่ว่ารักนี้จะไร้ซึ่งอุปสรรค อุปสรรคที่ว่านี้คือพ่อที่หน้าสวยเหมือนผู้หญิงของฮิบิกิ พ่อเลี้ยงฮิบิกิมาด้วยตัวคนเดียวเพราะแม่ตายไปหลังจากคลอดลูกได้ไม่นาน ฮิบิกิรู้ว่าพ่อรักตัวเองมาก แต่ความรักที่ "มากเกินไป" ของพ่อก็ทำให้ฮิบิกิอึดอัด และแม้แต่รู้สึกไม่ปลอดภัย เพราะตั้งแต่สมัยเด็กๆมาแล้วที่คนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับฮิบิกิต้องพบกับเรื่องเลวร้ายอย่างไม่รู้สาเหตุ...
หากชะตาอำนวยซักวันคงได้มีโอกาสรีวิวเรื่องนี้เนะ
- Himitsu ~ The Top Secret ~ by Shimizu Reiko

สำหรับ เรื่องนี้คงไม่ต้องพูดอะไรมากมาย หลังจากพบว่าเล่ม 9 ออกมาแล้วในขณะที่ของไทยยังค้างแหง็กอยู่ที่เล่ม 4 แถมสแกนนับแต่เล่ม 7 มาก็ไม่โผล่หน้าให้ได้ยล (หรือมีแต่เราหาไม่เจอเอง?) เราก็ได้คำตอบให้ตัวเองในที่สุดว่า ไม่รอแล้วเว้ยยยยย และซื้อฉบับญี่ปุ่นเล่ม 8-9 กับเล่มก่อนหน้านั้นมาโดยพลัน (แต่ถ้าของไทยออกก็ยังจะซื้อเก็บอยู่ดีนะ) ข้อดีคือเวอร์ชั่นญี่ปุ่นสวยสดงดงามมากกกก เหมาะสมแก่การซื้อเก็บเป็นคอลเล็คชั่นเป็นที่ยิ่ง แถมยังเล่มใหญ่สะใจ เหมาะกับสายตาสาวแก่อย่างป้าตอนนี้เสียนี่กระไร ว่าไปแล้วก็แอบสะท้อนใจ เมื่อก่อนพอเห็นการ์ตูนเรื่องไหนออกเป็นบุนโกะจะเกิดอาการดีใจและตามซื้อเก็บ (เพราะฉบับบุนโกะใช้กระดาษเกรดดีกว่าพิมพ์) แต่มาตอนนี้กลับตรงกันข้าม สาเหตุเพราะเวอร์ชั่นบุนโกะ นั้น...... ตัวหนังสือมันเล็กง่ะ ___orz จะอ่านทีต้องเพ่งแล้วเพ่งอีก ยังดีนะที่นิยาย BL ฉบับบุนโกะพิมพ์ตัวใหญ่อ่านง่าย ประโยคสั้น ขึ้นย่อหน้าใหม่เยอะ ว่าแต่ไหงพูดแล้วแอบรู้สึกเหมือนเป็นผู้บริโภคที่ถูกเอาเปรียบเล็กๆแฮะ?
ในส่วนของเนื้อหา หลังจากที่เล่ม 7 เล่นประเด็นยิ่งใหญ่ระดับ (นานา?) ชาติ เล่ม 8 ก็กลับมาสู่ประเด็นเล็กๆกันบ้าง ที่กรี๊ดคือมีฉากมากิซังต่อยผู้หญิงด้วยล่ะ กรี๊ดดด สะจายยยย (เพราะชีน่าต่อยมาก) มากิซังเท่ม้ากค่ะ ไม่ปรานีไม่ว่าจะเป็นเด็ก สตรี และคนชราแบบนี้ได้ใจจริงๆ (คราวก่อนก็กรี๊ดกับฉากเขวี้ยงรีโมตเฉียดคุณหมอมิโยชิไปรอบแล้ว) อย่างไรก็ดี ในส่วนของเล่ม 9 นี้อาจเรียกได้ว่าเป็นตอนที่ดาร์กที่สุดเท่าที่เคยมีมาเลยทีเดียว ช่างกล้าเขียน แต่ที่หนักกว่านั้น ปกติเรื่องนี้จะดีจะร้ายยังไงก็จบในเล่ม แต่คราวนี้มันยังไม่จบอ่าาาา T0T สิ่งที่พอปลอบใจได้บ้างคือเล่ม 10 มีกำหนดจะคลอดในวันที่ 28 ธันวาที่จะถึงนี้ แม้จะยังรู้สึกยาวนานราวชั่วนิรันดร์ แต่ก็ยังดีว่ากำหนดโผล่ออกมาแล้วล่ะนะ
อีกนิด ในเล่ม 9 นี่มีคาแรกเตอร์ใหม่เพิ่มเข้ามาด้วยล่ะ >w< แต่จะว่า "เพิ่ม" ก็อาจไม่เชิงนัก หากยังจำเล่ม 1 กันได้ ใน นั้นจะมีบอกทุกคนในหน่วย 9 ที่เกี่ยวข้องกับคดีไคนุมะนั้น ยกเว้นมากิซังแล้วก็ล้วนมีอันเป็นไป คือตายกับเข้าโรงบาลบ้าไปคน ซึ่งคาแรกเตอร์ที่ว่าอยู่หลังคาแดงนี่แหละที่ปรากฏโฉมออกมาในเล่มนี้ เนื่องจากพี่แกได้รับการยืนยันว่าหายดีแล้ว (หรือจริงๆคือแกอาจไม่ได้บ้าตั้งแต่ต้นแล้ว) และจะเข้ามาประจำหน่วย 9 เหมือนเดิม เป็นผู้ชายที่ให้อารมณ์หนุ่มใหญ่ลึกลับและกลิ่นตัวร้ายโชยหึ่ง แถมยังดูจะชอบแตะเนื้อต้องตัวมากิซังเกินจำเป็นอีกต่างหาก (<--- ตรงนี้แหละประเด็น) ว่าไงดี คือหากเรื่องนี้เป็นแนว BL เมนสตรีม ทาคิซาว่า (ชื่อพี่เค้าเนะ) ก็คงเป็นประมาณตัวร้ายโฉดชั่วที่แอบหลงรักนายเอกแบบ Sๆ ซึ่ง... สเป็คมากเลยเค่อะ
อ่านแล้วค่อยรู้สึกมีอะไรมาให้กระชุ่มกระชวยหัวใจ เลิกหวังกับเจ้าอาโอกิแล้วล่ะ ชริ
- Moe no Shikaku by Ima Ichiko

เล่มนี้เป็นการ์ตูนที่ไม่ใช่การ์ตูน ที่ว่าไม่ใช่การ์ตูนก็เพราะมันไม่ใช่เรื่องแต่ง (หรือจะว่านิยายดี?) ที่บรรยายด้วยภาพอันมักเป็นนิยามแรกที่คนนึกถึง แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการ์ตูนเพราะถูกถ่ายทอดมาในรูปแบบการ์ตูน เลิกพูดอ้อมค้อมให้เสียเวลา เล่มนี้เป็นหนังสือที่ อ.อิมะ อิจิโกะ เล่าถึงประสบการณ์ชีวิตในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความ "โมเอะ" ส่วนตนในรูปแบบการ์ตูนค่ะ เนื่องจากว่าตัว อ.เองก็ไม่ได้อายุน้อยๆแล้ว (อุ๊บส์) ความโมเอะจำนวนมากในเล่มจึงเป็นอะไรที่เด็กรุ่นหลังส่วนใหญ่ไม่รู้จัก สนุกสนานเฮฮาในสไตล์ อ.อิมะ อิจิโกะ (เป็นแฟนล่ะ >w<) อ่านเพลินมากมาย ปัญหาในการอ่านเล่มนี้มีอยู่แค่ว่า... ทำไมเราถึงรู้จักสิ่งที่ อ.พูดถึงเกินครึ่งได้ล่ะ!? 

- Bunchou sama to Watashi by Ima Ichiko

เป็นการ์ตูนที่อยากให้สำนักพิมพ์ในไทยซื้อลิขสิทธิ์มาทำมากกกกกกกกกกก มากถึงมากถึงมากถึงมากที่สุด เพราะมันสนุก ฮา น่ารัก และโมเอะะะะะะะ (ดิ้น)
เผลอออกอาการมากไปนิด หากสงสัยว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับอะไร คำตอบคือก็ตามชื่อเรื่องเลย นกกระจอกชวา (บุนโจ) นั่นเอง ว่าไปเล่มนี้ก็คล้ายๆเล่มข้างบน คือเป็นเรื่องที่ อ.อิมะ อิจิโกะเล่าประสบการณ์ของตัวเองผ่านการ์ตูน ซึ่งหนนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับนกกระจอกชวาที่เลี้ยงไว้นานปี สนุกมาก! (ขอย้ำ) จริงอยู่ว่าส่วนตัวเราเป็นคนชอบอ่านการ์ตูนเกี่ยวกับสัตว์อยู่แล้ว แต่นี่เป็นเรื่องที่ (คิดว่า) ต่อให้ไม่ได้ชอบการ์ตูนสัตว์เป็นพิเศษก็ยังสนุก อยากให้มีสำนักพิมพ์ไทยทำเรื่องนี้จริงๆนะ (เป็นความโมเอะที่เฮฮาและไร้ซึ่งพิษภัยสุดๆ) >0<
- Boy's Love Shousetsu no Kakikata

เล่มนี้ไม่ใช่นิยาย แล้วก็หาใช่การ์ตูนแต่อย่างใดไม่ แต่เป็น "วิธีเขียนนิยาย Boy's Love" (พร้อม CD) ที่เขียนโดยกองบรรณาธิการของฮานะมารุ (เรื่องดังของหัวนี้ที่นึกออกคือ Hana Furirou Series เนะ) อารมณ์แรกเมื่อได้เห็นว่ามีหนังสือสอนเขียนนิยายแนวนี้แบบเฉพาะทางด้วยก็คือ "มันจะมี CD มาไมวะ!?" ---> ซึ่งได้กลายเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เราตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มนี้มา ส่วนเหตุผลรองคือท่าทางน่าจะฮา และเหตุผลต่อมาคือมันอาจช่วยให้เราเขียนนิยาย BL เป็นและถูกต้องตามหลักการกับเขาขึ้นมาได้ก็ได้นะ!! เป็นเล่มที่ตั้งใจว่าหากอ่านจบเมื่อไหร่จะเอามาพูดถึงในบล็อกนี้อย่างแน่ นอน รวมถึงผลว่ามันได้ฮาอย่างหรือหวังหรือไม่ มันทำให้เรากลายเป็นนักเขียนนิยาย BL มืออาชีพขึ้นมาได้รึเปล่า และมันจะแถม CD มาไมวะ!?
- Love Stories: Sex Between Men Before Homosexuality by Jonathan Katz

เล่มนี้แอบดูฉีกแนวจากเล่มอื่นหาน้อยไม่ ซึ่งมันก็ฉีกจริงๆนั่นแหละ เพราะในขณะที่เล่มอื่นออกแนวบันเทิงเฮฮา เล่มนี้กลับมาในแนวจริงจังอยู่ซักหน่อย แต่ที่เอามาพูดถึงนี้ไม่ได้เพราะมันมีเนื้อหาอู้หูอื้อหือแต่อย่างใด (ก็ตามประสาหนังสือวิชาการ แต่แน่นอนว่ามันก็มี fact บางอย่างที่ในแง่นึงก็อ่านแล้ว entertain ได้เหมือนกัน) ไม่คิดจะรีวิวด้วยเพราะคงไม่มีใครอยากฟัง แต่เพราะ... ตอนที่สั่งซื้อเล่มนี้ เรานึกมาตลอดว่าชื่อของมันคือ "Sex Stories: Sex Between Men Before Homosexuality" อ่ะ (เพิ่งมารู้ว่าไม่ใช่ตอนได้เห็นตัวจริง) ___orz ที่พูดนี่ไม่ได้แปลว่าผิดหวังหรืออะไร ก็แค่.............. อยากบ่นให้ฟังนินุง
......แต่ถ้าชื่อ Sex Stories มันอาจขายดีกว่านี้ก็ได้นา................
- Strangers: Homosexual Love in the Nineteenth Century by Graham Robb

นี่คือเล่มที่กำัลังอ่านอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งว่าไปแล้วเหมือนอ่านเพราะคนเขียนมากกว่าเพราะเนื้อหาอยู่นิดนึง (มีหนังสือของ Graham Robb เกือบครบทุกเล่มแน่ะ) เพราะในขณะที่คนเขียนเล่มข้างบน (Jonathan Katz) เป็นหนึ่งในนักวิชาการด้านประวัติศาสตร์เกย์ (อเมริกัน) ที่ดังมากที่สุดคนนึง คนเขียนเล่มนี้กลับไม่ได้มาทางสาย Gender ตรงๆ เพราะฟีลด์หลักของพี่แกคืองานแนวชีวประวัติ (แนะนำ Rimbaud อย่างรุนแรง) กับวรรณคดี แต่ถึงงั้นก็เป็นเล่มที่แนะนำให้คนที่อยากรู้ภาพรวมของ "เกย์" ตะวันตกยุคศตวรรษที่ 19 อ่านเนะ อ่านไม่ยากด้วย (แม้จะไม่ถึงขั้นง่าย เอาเป็นว่าระดับหนังสือประวัติศาสตร์วิชาการอ่ะ) มีอะไรสนุกน่าสนใจอยู่เยอะพอสมควร ใช้เป็นข้อมูลเขียนนิยายได้ดีเลยทีเดียวเชียวล่ะ (หากใครคิดจะเขียนเกี่ยวกับเกย์พีเรียดนี้ล่ะก็นะ)
- On Beauty & On Ugliness by Umberto Eco

อัน นี้ไม่มีอะไรนอกจากอยากกรีดร้อง มันเป็นหนังสือที่งดงามมากกกกกกกกกกก มากมากกกกกกกก แนะนำให้ใครก็ตามที่ชอบดูอะไรสวยๆงามๆหาซื้อมาเก็บไว้ค่ะ เป็นหนังสือที่เราว่าไม่แพงเลยเมื่อเทียบกับสิ่งที่อยู่ข้างใน (กระดาษอาบมัน สีทั้งเล่ม มีภาพเกือบจะหน้าเว้นหน้า) งามเเงะจนทนไม่ได้ต้องซื้อเก็บเวอร์ชั่น Hardcover อ่ะ (รูปที่เอามาแปะนี่เล่ม On Beauty เป็นรูปของฉบับปกอ่อนที่ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น History of Beauty แต่นอกจากนั้นแล้วก็เหมือนกันทุกอย่าง) ส่วนเนื้อหาเห็นชื่อคนเขียนแล้วคงไม่ต้องพูดอะไรมาก (หรือหากจำไม่ได้ นี่คือศาสตราจารย์ที่เขียนเรื่อง The Name of the Rose ไงล่ะ) อ่านไม่ยาก (นัก) สนุก และงดงาม เป็นหนังสือที่อ่านแล้วอยากบอกต่อจริงๆ T v T
จบการโมเอะเรื่องหนังสือแต่เพียงเท่านี้ ช่วงนี้แทบไม่ได้ดูความเป็นไปในโลก BL เลย ใครมีข้อมูลอัพเดทหรือนิยายเรื่องไหนน่าสนใจมาก (พร้อมลิงค์ดาวน์โหลดด้วยก็ดีเนะ) ก็ช่วยบอกกันด้วยนะคะ ^^b
Tags: bl, bl novels, gay history, manga, yaoi9 Comments